ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
อธิบายความสำคัญของสื่อดิจิตอลได้
สาระการเรียนรู้
1.
กล้องดิจิตอลวิดีโอ
และความเป็นมา
2.
กล้องวีดีโอในงานภาพยนตร์
3.
เลนส์กล้อง
1.
กล้องดิจิตอลวิดีโอ
และความเป็นมา
กล้องวิดีโอที่ใช้ในระบบรอดคาสท์ (Broadcast) สำหรับแพร่ภาพตามสถานีโทรทัศน์นั้น
มักจะใช้กล้อง Betacamกล้องทีวีตัวใหญ่ๆ
ซึ่งราคาเหยียบล้านทางผู้ผลิตต่างๆก็พยายามคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะผลิตระบบ
หรือกล้องที่มีความสามารถสูงแบบน้องๆหรือหลาน ๆ กล้อง Betacamแต่ว่าราคาประหยัด แม้ว่าไม่คมชัดเท่าต่อมาก็มีระบบที่ทันสมัยกว่า
ตัดต่อได้สัญญาณภาพไม่ดรอป (สัญญาณภาพไม่ตกหล่น)อย่างเช่น กล้องระบบ
DVCAM ที่เริ่มดังของค่าย Sony หรือ DVCPRO
ที่โด่งดังมาก่อนหน้านี้ค่าย Panasonic กลุ่มพวกนี้ใช้สัญญาณดิจิตอลเป็นที่พึ่งในการบันทึกและส่งออกซึ่งมีความแม่นยำสัญญาณไม่ผิดเพี้ยน
แม้ว่าความคมชัดจะด้อยกว่า Betacam
กล้องดิจิตอลวิดีโอ ส่วนใหญ่มีหลายค่ายรียกว่า
Camcorder และมักไม่เรียกว่า Camera
Digital ซึ่งจะตีความหมายว่า เป็นกล้องถ่ายภาพนิ่งระบบ Digital
2.
กล้องวีดีโอในงานภาพยนตร์
2.1 ระบบวีดีโอประเภทต่างๆ (Analog video , Digital Video)
2.1.1 ระบบอนาล็อกวิดีโอ (Analog
Video)วิดีโอในระบบนี้จะเก็บข้อมูลภาพและเสียงในรูปแบบของสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าไม่ค่อยนิ่งเมื่อนำมาวาดเป็นกราฟก็จะมีลักษณะลักษณะขึ้นๆ
ลงๆที่ไม่แน่นอน ซึ่งมีความแน่นอนในการเก็บข้อมูลต่างๆ
น้อยกว่าสัญญาณดิจิตอลซึ่งไม่ค่อยผิดเพี้ยนข้อเสียของวิดีโอระบบนี้ก็คือ สัญญาณจะผิดเพี้ยนได้ง่ายและคุณภาพของภาพและเสียงลดน้อยลงเมื่อมีการส่งออกไปไกลๆหรือเมื่อบันทึกหลายๆครั้งสำหรับการตัดต่อวิดีโอนั้นทำได้อย่างยากลำบากกว่าระบบดิจิตอลมาก
2.1.2 ระบบดิจิตอลวิดีโอ (Digital
Video)
เรื่องของคุณสมบัติของระบบดิจิตอลวิดีโอ หรือ DV คือสามารถบันทึกและบีบอัดสัญญาณเป็นรูปแบบสัญญาณดิจิตอล
เป็นสัญญาณแบบเลขฐานสอง (เลข 0 และ 1) ซึ่งถูกคิดค้นมานานแล้วโดยมาพร้อมๆกับการกำเนิดคอมพิวเตอร์นั่นแหละ แทนการบันทึกข้อมูลในลักษณะเดิมการบันทึกข้อมูลในลักษณะนี้ทำให้ภาพและเสียงที่ได้ไม่มีความผิดเพี้ยน ไม่ว่าสัญญาณจะถูกส่งไปยังอุปกรณ์อื่นๆ หรือไปเป็นระยะทางไกลๆ
สัญญาณที่ได้ก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง
สามารถบีบอัดข้อมูลให้มีขนาดเล็กลงและทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์เพื่อตัดต่อได้สะดวก เพราะว่าบันทึกข้อมูลแบบนี้ลงฮาร์ดดิสก์ได้ตัวอย่างของวิดีโอในระบบนี้ที่เห็นได้ชัดก็คือ หนัง VCD และ DVD ทั่วไป
2.2 การบีบอัดข้อมูลวิดีโอจะแบ่งลักษณะการบีบอัดได้ 2 แบบ คือการบีบอัดโดยใช้ฮาร์ดแวร์ในการบีบอัด มีข้อดีคือ สะดวกทำงานได้รวดเร็ว
ซีพียูไม่ต้องทำงานหนักทำให้ไม่ต้องใช้ซีพียูที่มีความเร็วสูงมากก็ได้
แต่มีข้อเสียคือการ์ดที่สามารถบีบอัดข้อมูลได้จะมีราคาแพงการบีบอัดโดยใช้ซอฟต์แวร์ในการบีบอัด
การบีบอัดโดยใช้ซอฟต์แวร์จะต้องอาศัยการทำงานของซีพียูเป็นหลักดังนั้นเครื่องที่จะทำการบีบอัดต้องมีความเร็วของซีพียู
แต่มีข้อดีของการบีบอัดแบบนี้คือ การ์ดที่ใช้จะมีราคาถูกกว่าการ์ดที่สามารถบีบอัดข้อมูลได้
2.2.1 รูปแบบของการบีบอัดวิดีโอจะมีรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้
2.2.1.1 M–JPEG (Motion–JPEG) เป็นรูปแบบมาตรฐานที่ใช้ในอุตสาหกรรมการบีบอัดแบบนี้จะมีคุณภาพของการบีบอัดและการขยายสัญญาณตั้งแต่อัตราส่วน
12:1 , 5:1 และ 2:1 โดยยังให้ภาพออกมาดีพอใช้สำหรับผู้ใช้ที่ไม่ต้องการความละเอียดมากนักคุณภาพจะอยู่ในระดับเดียวกับเทปวิดีโอ
2.2.1.2 MPEG (Moving Picture Experts Group)เป็นมาตรฐานการบีบอัดสัญญาณภาพและเสียงที่ใช้ในระบบวิดีโอคุณภาพสูงทั่วไป
การบีบอัดข้อมูลแบบนี้สามารถแยกเป็นแบบย่อยๆ ได้อีกดังนี้
2.2.1.3 MPEG–1 เป็นรูปแบบที่ออกแบบมาเพื่อให้ใช้กับสัญญาณวิดีโอในระบบ
VHS ใช้อัตราการส่งผ่านข้อมูล 1.5 Mbps ในอัตราการบีบอัดสูง คุณภาพพอ ๆกับเทปวิดีโอ ส่วนใหญ่ใช้ทำแผ่นVCD
2.2.1.4 MPEG-2 เป็นรูปแบบที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์โดยเฉพาะการบีบอัดข้อมูลแบบนี้จะมี
ลักษณะเป็นแบบ GOP ( Group of Picture ) คือจะทำการเปรียบเทียบภาพเป็นกลุ่มโดยเริ่มจากภาพแรกเปรียบเทียบกับภาพที่สองและเก็บข้อมูลในส่วนที่แตกต่างกันและทำการเปรียบเทียบภาพที่สอง
กับภาพต่อไปเรื่อย ๆทำให้การบีบอัดข้อมูลแบบนี้สามารถลดจำนวนข้อมูลลงได้มาก
โดยมากใช้ในการทำแผ่น DVD มีคุณภาพของภาพและเสียงสูงมาก
2.2.1.5 MPEG-4 เป็นมาตรฐาน MPEG ใหม่ที่ใกล้เคียงกับ
QuickTime ของ Apple พัฒนาขึ้นมาสำหรับงานมัลติมีเดียที่มีแบนด์วิดท์ต่ำ
สามารถรวมภาพ
เสียงและส่วนประกอบอื่นที่คอมพิวเตอร์สร้างขึ้นได้มีอัตราการบีบอัดสูงขึ้น คุณภาพดีขึ้น
2.2.1.6 Indeoเป็นรูปแบบการบีบอัดของ intel จัดทำขึ้นเพื่อรองรับการจัดการสัญญาณวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับชิปไม่โครโปรเซสเซอร์ของIntelเหมาะสำหรับทำงานวิดีโอบนเว็บเพจ
2.2.1.7 Cinepakเป็นรูปแบบที่ออกแบบมาให้ใช้กับเครื่อง Apple และ SuperMacซึ่งให้ความละเอียดของภาพ 320*240
pixels แสดงผลที่ 15 fps เนื่องจากภาพมีขนาดเล็กทำให้สามารถใช้ซีดีรอมที่มีความเร็วต่ำเล่นไฟล์นี้ได้รูปแบบนี้หากมีการขยายภาพให้ใหญ่ขึ้นจะให้คุณภาพที่ไม่ดีนักเพราะการขยายสัญญาณจะให้รายละเอียดของสีที่ไม่แน่นอนเหมาะสำหรับวิดีโอที่ไม่มี
effect และกราฟฟิกต่าง ๆมากนัก
2.2.1.8 Microsoft Video 1 เป็นรุปแบบที่สามารถบีบอัดข้อมูลได้รวดเร็วในอัตราส่วนที่ต่ำ
แต่มีข้อเสียคือจะมีความละเอียดของภาพได้ไม่เกิน 240*180 Pixels
Microsoft RLE เป็นรูปแบบที่มีอัตราส่วนการบีบอัดข้อมูลที่ต่ำ
เหมาะสำหรับภาพ Animation ต่าง ๆไม่เหมาะสำหรับงานวิดีโอ
2.2.1.9 QuickTimeเป็นรูปแบบที่ออกแบบเพื่อทดแทนการใช้ฮาร์ดแวร์สำหรับถอดรหัสทำให้สามารถทำงานใน
ระบบปฏิบัติการที่หลากหลายได้มีความสามารถในการเพิ่มหรือลดจำนวนเฟรมต่อวินาทีเพื่อให้ภาพและเสียงเกิดความสัมพันธ์กันมากขึ้นได้
2.2.1.10
Video for Windows ไฟล์รูปแบบนี้จะมีนามสกุลเป็น
AVI (Audio Video Interleaved) สร้างขึ้นมาเพื่อให้รองรับ
การทำงานของระบบปฏิบัติการ Windows ที่ใช้งานผ่านทาง MCI
( Media Control Interface ) สามารถทำการบีบอัดได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นแบบReal-time
, Non Real-timeสามารถที่จะใช้ส่วนของฮาร์ดแวร์ในการบีบอัดหรือไม่ก็ได้ซึ่งระบบ
QuickTimeจะไม่สามารถทำได้
2.2.1.11
DVเป็นรูปแบบที่มีการบันทึกข้อมูลในระบบ Digital
ใช้ในกล้องประเภท DV หรือ Digital8 ข้อมูลวิดีโอรูปแบบนี้สามารถส่งผ่านเข้าสู่คอมพิวเตอร์ได้โดยไม่มีการสูญเสียคุณภาพของสัญญาณเรียกว่าเป็นระบบที่
DV in = DV out ระบบ DV จะมีความแตกต่างจากไฟล์รูปแบบอื่นๆคือสามารถบีบอัดสัญญาณในอัตราส่วนที่แตกต่างกันในภาพเดียวกัน
โดยระบบจะคำนวณอัตราส่วนที่เหมาะสมของภาพในแต่ละส่วนซึ่งทำให้สามารถบีบอัดข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพดีกว่าระบบอื่นๆ
ระบบ DV ยังรองรับระบบเสียงแบบ PCM ( Pulse Code
Modulation ) Stereo ซึ่งสามารถให้เสียงระดับ 16 Bits คุณภาพของวิดีโอระบบนี้จะใกล้เคียงกับวิดีโอแบบ MPEG – 2
2.2.1.12
DivX เป็นรูปแบบพิเศษที่พัฒนาขึ้นอย่างอิสระใช้ฟีเจอร์บางอย่างใน
MPEG-4 และ MP3 ให้คุณภาพสูงแต่ใช้
BitRateต่ำทำให้มีขนาดไฟล์เล็กลงมาก
สามารถเข้ารหัสวิดีโอให้เหลือข้อมูลเพียง 10 – 20 เปอเซ็นต์
เช่น สามารถบีบอัดสัญญาณจากแผ่น DVD ให้เหลือประมาณ 650
MB ที่ความละเอียด 640*480 Pixels ทำให้สามารถบันทึกวิดีโอคุณภาพระดับ
DVD ลงในแผ่น CD เพียงแผ่นเดียวได้เนื่องจากวิดีโอระบบนี้ยังไม่เป็นที่แพร่หลายจึงยังไม่มีเครื่องเล่นสำหรับวิดีโอระบบนี้ดังนั้นจึงต้องใช้กับคอมพิวเตอร์เท่านั้น
3.
เลนส์กล้อง
เลนส์กล้องนั้นสำคัญมากในการที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกต่างๆของภาพยนตร์ให้ได้ตามอารมณ์ที่ต้องการ
|
ระยะจุดโฟกัส
(Focal length) |
ภาพประกอบ |
|
15mm |
|
|
18mm |
|
|
20mm |
|
|
24mm |
|
|
35mm |
|
|
50mm |
|
|
70mm |
|
|
80mm |
|
|
105mm |
|
|
135mm |
|
|
200mm |
|
|
300mm |
|
|
350mm |
|
|
400mm |
|
|
450mm |
|
|
500mm |
|
|
550mm |
|
โดยสรุปให้สามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้นดังนี้
1. รูปที่โฟกัส 24mn.เป็นมุมที่กว้างมาก
2. รูปที่โฟกัส 50mm. จัดว่าเป็นระยะที่สายตามนุษย์เห็นชัดเจน
3. รูปที่โฟกัส 80mm. ให้ความรู้สึกดูลึกละเอียด
4. รูปที่โฟกัส 135mm. เป็นลักษณะ Portrait เน้นที่วัตถุนั้นๆคือรถมากกว่าฉากหลัง
5. รูปที่โฟกัส 200mm.เป็นมุมที่ถ่ายได้ยากที่สุดต้องใช้ความชำนาญโดยไม่ให้กล้องนั้นเคลื่อนไหว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น