ใบความรู้ที่ 3การเขียนบทภาพยนตร์

 

ผลการเรียนรู้

สามารถเขียนบทภาพยนตร์ได้

 

สาระการเรียนรู้

1.     องค์ประกอบของการเขียนบทภาพยนตร์

2.     โครงสร้างการเขียนบท

3.     ปัจจัยสำคัญในโครงสร้างบท

4.     ขั้นตอนในการเขียนบทภาพยนตร์

5.     ประโยชน์ของสตอรีบอร์ด

6.     การเขียนบทภาพยนตร์และสารคดี

7.     การกำกับภาพ

8.     พื้นฐานทางสุนทรียภาพสำหรับงานออกแบบสถานที่และฉากภาพยนตร์

9.     ความสำคัญของสถานที่และฉากภาพยนตร์

 


บทภาพยนตร์ คือ แบบร่างของการสร้างภาพยนตร์ บทภาพยนตร์จะมีการบอกเล่าเรื่องราวว่าใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร และต้องสื่อความหมายออกมาเป็นภาพโดยใช้ภาพเป็นตัวสื่อความหมาย เป็นการเขียนอธิบายรายละเอียดเรื่องราวเมื่อได้โครงสร้างเรื่องที่ชัดเจนแล้วจึงนำเหตุการณ์มาแตกขยายเป็นฉากๆลงรายละเอียดย่อยๆ ใส่สถานการณ์ ช่วงเวลา สถานที่ ตัวละคร บทสนทนาบางครั้งอาจกำหนดมุมกล้องหรือ ขนาดภาพ ให้ชัดเจนเลยก็ได้

 

1.    องค์ประกอบของการเขียนบทภาพยนตร์

1.1     เรื่อง (story) หมายถึงเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยมีจุดเริ่มต้นและดำเนินไปสู่จุดสิ้นสุด เรื่องอาจจะสั้นเพียงไม่กี่นาทีอาจยาวนานเป็นปี หรือไม่รู้จบ (infinity) ก็ได้ สิ่งสำคัญในการดำเนินเรื่องคือปมความขัดแย้ง (conflict) ซึ่งก่อให้เกิดการกระทำส่งผลให้เกิดเป็นเรื่องราว

1.2     แนวความคิด (concept) เรื่องที่จะนำเสนอมีแนวความคิด (Idea) อะไรที่จะสื่อให้ผู้ชมรับรู้

1.3     แก่นเรื่อง (theme) คือประเด็นเนื้อหาสำคัญหรือแกนหลัก (Main theme) ของเรื่องที่จะนำเสนอซึ่งอาจประกอบด้วยประเด็นรองๆ (sub theme) อีกก็ได้แต่ต้องไม่ออกนอกแนวความคิดหลัก

1.4     เรื่องย่อ (Plot) เป็นจุดเริ่มต้นของภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่คิดขึ้นมาใหม่เรื่องที่นำมาจากเหตุการณ์จริง เรื่องที่ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมหรือแม้แต่เรื่องที่ลอกเลียนแบบมาจากภาพยนตร์อื่นสิ่งแรกนั้นเรื่องต้องมีความน่าสนใจ มีใจความสำคัญชัดเจนต้องมีการมีการตั้งคำถามว่า จะมีอะไรเกิดขึ้น (What...if...?) กับเรื่องที่คิดมาและสามารถพัฒนาขยายเป็นโครงเรื่องใหญ่ได้

1.5     โครงเรื่อง (treatment) เป็นการเล่าเรื่องลำดับเหตุการณ์อย่างมีเหตุผลเหตุการณ์ทุกเหตุการณ์จะต้องส่งเสริมประเด็นหลักของเรื่องได้ชัดเจนไม่ให้หลงประเด็น โครงเรื่องจะประกอบด้วยเหตุการณ์หลัก (main plot) และเหตุการณ์รอง (sub plot) ซึ่งเหตุการณ์รองที่ใส่เข้าไปต้องผสมกลมกลืนเป็นเหตุเป็นผลกับเหตุการณ์หลัก

1.6     ตัวละคร (character) มีหน้าที่ดำเนินเหตุการณ์จากจุดเริ่มต้นไปสู่จุดสิ้นสุดของเรื่อง ตัวละครอาจเป็นคนสัตว์ สิ่งของ หรือเป็นนามธรรมไม่มีตัวตนก็ได้การสร้างตัวละครขึ้นมาต้องคำนึงถึงภูมิหลังพื้นฐาน ที่มาที่ไป บุคลิกนิสัยความต้องการ ที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมต่างๆของตัวละครนั้นๆตัวละครแบ่งออกเป็นตัวแสดงหลักหรือตัวแสดงนำ และตัวแสดงสมทบหรือตัวแสดงประกอบทุกตัวละครจะต้องมีส่งผลต่อเหตุการณ์นั้นๆมากน้อยตามแต่บทบาทของตนตัวเอกย่อมมีความสำคัญมากกว่าตัวรองเสมอ

1.7     บทสนทนา (dialogue) เป็นถ้อยคำที่กำหนดให้แต่ละตัวละครได้ใช้แสดงโต้ตอบกัน ใช้บอกถึงอารมณ์ดำเนินเรื่อง และสื่อสารกับผู้ชม ภาพยนตร์ที่ดีจะสื่อความหมายด้วยภาพมากกว่าคำพูดการประหยัดถ้อยคำจึงเป็นสิ่งที่ควรทำความหมายหรืออารมณ์บางครั้งอาจจำเป็นต้องใช้ถ้อยคำมาช่วยเสริมให้ดูดียิ่ง ขึ้นก็ได้

 

2.    โครงสร้างการเขียนบท

2.1     จุดเริ่มต้น (BIGINNING)ช่วงของการเปิดเรื่อง แนะนำเรื่องราวปูเนื้อเรื่อง

2.2     การพัฒนาเรื่อง (DEVELOPING)การดำเนินเรื่องผ่านเหตุการณ์เดียวหรือหลายเหตุการณ์ เนื้อเรื่องจะมีความซับซ้อนมากขึ้น

2.3     จุดสิ้นสุด (ENDING)จุดจบของเรื่อง แบ่งออกเป็นแบบสมหวัง (Happy ending) ทำให้รู้สึกอิ่มเอมใจ และแบบผิดหวัง(Sad ending)ทำให้รู้สึกสะเทือนใจ

 

3.    ปัจจัยสำคัญในโครงสร้างบท

3.1     แนะนำ (INTRODUCTION)คือการแนะนำเหตุการณ์ สถานการณ์ สถานที่ตัวละครสิ่งแวดล้อม และเวลา

3.2     สร้างเงื่อนไข (SUSPENSE)คือการกระตุ้นให้เนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างลึกลับมีเงื่อนไข มีปมผูกมัด ความขัดแย้งทำให้ผู้ชมเกิดความสงสัยและสนใจในเหตุการณ์

3.3     สร้างวิกฤตกาล (CRISIS)คือการเผชิญปัญหา วิเคราะห์ปัญหาของตัวละครและหาทางแก้ไข หาทางออกหากตัวละครวนเวียนอยู่กับปัญหานานมากจะทำให้ผู้ชมรู้สึกหนักและเบื่อขึ้นได้ควรที่จะมีการกระตุ้นจากเหตุการณ์อื่นมาแทรกด้วย

3.4     จุดวิกฤตสูงสุด (CLIMAX)เป็นช่วงเผชิญหน้ากับปัญหาครั้งสุดท้ายที่ถูกบีบกดดันสูงสุดทำให้มีการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

3.5     ผลสรุป (CONCLUSION) คือทางออก ข้อสรุป ทำให้เกิดความกระจ่างภาพยนตร์บางเรื่องอาจไม่มีบทสรุป ก็เพื่อให้ผู้ชมนำกลับไปคิดเอง

 

4.    ขั้นตอนในการเขียนบทภาพยนตร์

4.1     การค้นคว้าหาข้อมูล (research)  เป็นขั้นตอนการเขียนบทภาพยนตร์อันดับแรกที่ต้องทำถือเป็นสิ่งสำคัญหลังจากเราพบประเด็นของเรื่องแล้วจึงลงมือค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อเสริมรายละเอียดเรื่องราวที่ถูกต้อง จริง ชัดเจนและมีมิติมากขึ้น คุณภาพของภาพยนตร์จะดีหรือไม่จึงอยู่ที่การค้นคว้าหาข้อมูลไม่ว่าภาพยนตร์นั้นจะมีเนื้อหาใดก็ตาม

4.2     การเขียนเรื่องย่อ (synopsis)คือเรื่องย่อขนาดสั้น ที่สามารถจบลงได้ 3-4 บรรทัด หรือหนึ่งย่อหน้าหรืออาจเขียนเป็น story outline เป็นร่างหลังจากที่เราค้นคว้าหาข้อมูลแล้วก่อนเขียนเป็นโครงเรื่องขยาย (treatment)

4.3     การเขียนโครงเรื่องขยาย (treatment)เป็นการเขียนคำอธิบายของโครงเรื่อง (plot) ในรูปแบบของเรื่องสั้นโครงเรื่องขยายอาจใช้สำหรับเป็นแนวทางในการเขียนบทภาพยนตร์ที่สมบูรณ์บางครั้งอาจใช้สำหรับยื่นของบประมาณได้ด้วยและการเขียนโครงเรื่องขยายที่ดีต้องมีประโยคหลักสำคัญ (premise) ที่ง่าย ๆ น่าสนใจ

4.4     บทภาพยนตร์ (screenplay)สำหรับภาพยนตร์บันเทิง หมายถึง บท (script) ซีเควนส์หลัก (master scene/sequence)หรือ ซีนาริโอ (scenario) คือ บทภาพยนตร์ที่มีโครงเรื่อง บทพูดแต่มีความสมบูรณ์น้อยกว่าบทถ่ายทำ (shooting script) เป็นการเล่าเรื่องที่ได้พัฒนามาแล้วอย่างมีขั้นตอน ประกอบ ด้วยตัวละครหลักบทพูด ฉากแอ็คชั่น ซีเควนส์ มีรูปแบบการเขียนที่ถูกต้อง เช่นบทสนทนาอยู่กึ่งกลางหน้ากระดาษฉาก เวลา สถานที่ อยู่ชิดขอบหน้าซ้ายกระดาษไม่มีตัวเลขกำกับช็อต และโดยหลักทั่วไปบทภาพยนตร์หนึ่งหน้ามีความยาวหนึ่งนาที

4.5     บทถ่ายทำ (shooting script)คือบทภาพยนตร์ที่เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเขียนบทถ่ายทำจะบอกรายละเอียดเพิ่มเติมจากบทภาพยนตร์ (screenplay) ได้แก่ ตำแหน่งกล้องการเชื่อมช็อต เช่น คัท (cut) การเลือนภาพ (fade) การละลายภาพ หรือการจางซ้อนภาพ (dissolve) การกวาดภาพ (wipe) ตลอดจนการใช้ภาพพิเศษ (effect) อื่น ๆ เป็นต้นนอกจากนี้ยังมีเลขลำดับช็อตกำกับเรียงตามลำดับตั้งแต่ช็อตแรกจนกระทั่งจบเรื่อง

4.6     บทภาพ (story board)คือ บทภาพยนตร์ประเภทหนึ่งที่อธิบายด้วยภาพ คล้ายหนังสือการ์ตูนให้เห็นความต่อเนื่องของช็อตตลอดทั้งซีเควนส์หรือทั้งเรื่องมีคำอธิบายภาพประกอบเสียงต่าง ๆ เช่น เสียงดนตรี เสียงประกอบฉาก และเสียงพูด เป็นต้นใช้เป็นแนวทางสำหรับการถ่ายทำ หรือใช้เป็นวิธีการคาดคะเนภาพล่วงหน้า (pre-visualizing) ก่อนการถ่ายทำว่า เมื่อถ่ายทำสำเร็จแล้วหนังจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ซึ่งบริษัทของ Walt Disney นำมาใช้กับการผลิตภาพยนตร์การ์ตูนของบริษัทเป็นครั้งแรก โดยเขียนภาพเหตุการณ์ของแอ็คชั่นเรียงติดต่อกันบนบอร์ดเพื่อให้คนดูเข้าใจและมองเห็นเรื่องราวล่วงหน้าได้ก่อนลงมือเขียนภาพส่วนใหญ่บทภาพจะมีเลขที่ลำดับช็อตกำกับไว้ คำบรรยายเหตุการณ์ มุมกล้องและอาจมีเสียงประกอบด้วยโดยสตอรีบอร์ดจะประกอบไปด้วยรายละเอียดดังนี้

4.6.1      ตัวละครอะไรบ้างอยู่ในซีน ตัวละครหรือวัตถุเคลื่อนไหวอย่างไร

4.6.2      ตัวละครมีบทสนทนาอะไรกันบ้าง

4.6.3      ใช้เวลาเท่าไหร่ระหว่างซีนที่แล้วถึงซีนปัจจุบัน

4.6.4      ใช้มุมกล้อง ใช้กล้องอะไรบ้างในซีนนั้นๆ ใกล้หรือไกล หรือใช้มุมอะไร


5.    ประโยชน์ของสตอรีบอร์ด

การสร้างสตอรีบอร์ดจะช่วยให้การวางแผน การถ่ายทำฉากต่อฉากง่ายดายมากยิ่งขึ้นโดยสามารถเปลี่ยนแก้ไขสตอรีบอร์ด ก่อนจะถ่ายทำจริงได้อีกทั้งยังสามารถนำสตอรีบอร์ดที่ได้สร้างและวางแผนไว้ ไปทำการชี้แจงแลกเปลี่ยนกับฝ่ายผลิตหรือฝ่ายอื่นๆ โดยสามารถทำให้เกิด ความเข้าใจตรงกัน  รูปภาพจาก : http://accad.osu.edu/ 


6.    การเขียนบทภาพยนตร์และสารคดี

สารคดี  เป็นงานเขียนหรือวรรณกรรมร้อยแก้วในลักษณะตรงข้ามกับกับบันเทิงคดี (Fiction) ที่มุ่งให้ให้สาระความรู้แก่ผู้อ่านเป็นเบื้องต้น มีความเพลิดเพลินเป็นเบื้องหลัง ที่มุ่งแสดงความรู้ ความคิด ความจริง ความกระจ่างแจ้ง และเหตุผลเป็นสำคัญ อาจจะเขียนเชิงอธิบาย เชิงวิจารณ์เชิงแนะนำสั่งสอน เป็นต้น

 

7.    การกำกับภาพ

7.1     ขนาดภาพ

7.1.1      ภาพระยะไกล (Long Shot /LS

7.1.2      ภาพระยะไกลมากหรือระยะไกลสุด (Extreme Long Shot / ELS)

7.1.3      ภาพระยะปานกลาง (Medium Shot /MS)

7.1.4      ภาพระยะไกลปานกลาง (Medium Long Shot / MLS)

7.1.5      ภาพระยะใกล้ปานกลาง  (Medium Close-Up / MCU)

7.1.6      ภาพระยะใกล้ (Close-Up / CU)

7.1.7      ภาพระยะใกล้มาก (Extreme Close-Up /ECU หรือ XCU)

7.2     มุมกล้อง

7.2.1      มุมสายตานก (Bird’s-eye view)

7.2.2      มุมสูง (High-angle shot)

7.2.3        มุมระดับสายตา (Eye-level shot)

7.2.4      มุมต่ำ (Low-angle shot)

7.2.5      มุมสายตาหนอน  (Worm’s-eye view)

7.2.6      มุมเอียง (Oblique angle shot)


8.    พื้นฐานทางสุนทรียภาพสำหรับงานออกแบบสถานที่และฉากภาพยนตร์

สุนทรียภาพ คือความงามในธรรมชาติหรืองานศิลปะที่แต่ละบุคคลสามารถเข้าใจได้และรู้สึกได้ หรือเป็นความรู้สึก และความเข้าใจของแต่ละบุคคลที่มีต่อความงามในธรรมชาติหรืองานศิลปะสุนทรียภาพในละครเกิดจากองค์ประกอบต่าง ๆ อันได้แก่

1.1      องค์ประกอบด้านเนื้อเรื่องและบทละคร

1.2      องค์ประกอบด้านการแสดง

1.3      องค์ประกอบทางด้านภาพ เช่น การจัดแสง การออกแบบเครื่องแต่งกาย การออกแบบฉาก

1.4      องค์ประกอบทางด้านเสียง เช่น ดนตรีประกอบ การให้จังหวะทำนองในการแสดงเสียงประกอบ

 

9.    ความสำคัญของสถานที่และฉากภาพยนตร์

หน้าที่หลักสำคัญของฉาก (Scenery)เป็นสถานที่ที่เป็นสิ่งแวดล้อม หรือสภาพแวดล้อม สำหรับตัวละครและเป็นที่สำหรับการแสดงสถานที่นี้ได้รับการออกแบบ  เพื่อที่จะเน้นการกระทำและความขัดแย้งของตัวละคร ฉาก(Setting) จะต้องบอกให้ทราบถึงสถานที่ในละครในเวลาใดเวลาหนึ่งที่แน่นอน เช่น กลางวัน กลางคืน  แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกาลเวลาในฉากต่างๆ ต้องทำให้แลเห็นสภาพแวดล้อมของตัวละครอย่างเด่นชัด


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น